ธุรกิจงานศพ(2) : จัดงาน 7 วัดดัง กทม. โปรดนับเงินในกระเป๋าก่อน

6 ธ.ค.
ที่มา: ไทยพับลิก้าพิธีฌาปนกิจศพ

พิธีฌาปนกิจศพ

เคยมีใครเคยวางแผนจัดงานศพให้ตัวเองล่วงหน้าบ้างไหม ถ้ามี.. คุณคิดว่าการจัดงานศพต้องใช้เงินเท่าไหร่?

ในอดีต เมื่อมีคนในครอบครัวเสียชีวิต ต้องนำศพไปตั้งเพื่อบำเพ็ญกุศลที่บ้านของผู้ตาย โดยมีญาติพี่น้องรวมไปถึงเพื่อนบ้านช่วยกันจัดงานศพ เมื่อครบกำหนดฌาปนกิจศพก็เคลื่อนศพไปทำพิธีเผายังสุสานหรือป่าช้าของวัด

ปัจจุบันสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไป การจัดงานศพนิยมไปทำพิธีที่วัด เพื่อความสะดวกต่อการจัดตามพิธีกรรมทางศาสนา เพราะวัดมีบริการครบวงจร ตั้งแต่รับศพ พิธีรดน้ำศพ พิธีลอยอัฐิ ตลอดจนการทำบุญต่างๆ เพียงแค่มีเงิน ก็จะได้ทุกสิ่งที่ต้องการ

ปัจจัยเลือกวัดสวดพระอภิธรรมและเผาศพ 1.เดินทางได้สะดวก 2.มีที่จอดรถ 3.มีศาลาบำเพ็ญกุศลขนาดใหญ่ที่รองรับแขกได้ 4. มีเมรุเผาศพอยู่ในที่เดียวกัน ซึ่งวัดหรือฌาปนสถานมีความพร้อมให้บริการอย่างครบวงจร สิ่่งที่ญาติของผู้ตายต้องเตรียมพร้อมกับการนำศพไปวัด คือใบมรณบัตรมาแจ้งกับฌาปนสถานของวัด ก็ดำเนินพิธีกรรมทางศาสนาได้แล้ว

ส่วนขั้นตอนต่างๆ มีเจ้าหน้าที่บริการจัดงานศพเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ เจ้าภาพแค่เลือกรายการที่วางเรียงรายอยู่ในตู้โชว์ หรือในสมุดภาพถ่ายที่ระบุขนาดของสินค้าและราคา ถ้าจ้าภาพไม่ต้องการใช้บริการ สามารถดำเนินจัดหาอุปกรณ์เครื่องในพิธีศพได้ด้วยตนเอง แต่ก็น้อยคนนักที่จัดการด้วยตัวเอง เจ้าภาพจึงมีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือจ่ายเงินให้วัด

ในแง่บริการแต่ละวัดไม่ได้แตกต่าง แต่ต่างที่ราคา โดยค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพประกอบด้วย ค่าหีบศพ ค่าดอกไม้ เครื่องไทยธรรม อาหาร เครื่องดื่ม ค่าศาลาและค่าเผาศพ เป็นต้น

ศาลาที่ใช้ในการตั้งสวดศพ มีให้เลือกหลายขนาด เป็นศาลาธรรมดาหรือศาลาติดแอร์ ค่าบริการมีตั้งแต่ราคาหลักร้อยบาทไปถึงหลายพันบาท

ดอกไม้หน้าหีบศพสามารถแสดงฐานะของเจ้าภาพหรือผู้ตายได้เป็นอย่างดี มีให้เลือกตั้งแต่แบบกอ แบบพุ่ม แบบสวน แบบเลื้อย และแบบโกฐพระราชทาน ราคาเริ่มต้นที่หลักพันไปจนถึงหลักแสน

ส่วนอาหารและเครื่องดื่มมีเมนูไว้ให้เลือก มีขนมธรรมดาจนถึงขนมบนห้าง เช่น สวนดุสิตโฮม เอสแอนด์พีและการบินไทย รวมถึงยี่ห้ออื่นๆ ส่วนอาหารคาวส่วนใหญ่วัดมีร้านประจำ แต่เจ้าภาพต้องการนำมาเองได้ ทางฌาปนสถานมีจาน ชาม ช้อนไว้ให้บริการ ด้านเครื่องไทยธรรมที่ใช้ในพิธีศพมีไว้ให้บริการ บางครั้งวัดมีให้เช่า

นอกจากนี้มีโปรชัวร์หรือแผ่นพับขายบริการ เช่น ธุรกิจจอมมินิเตอร์ ธุรกิจสิ่งพิมพ์ ของที่ระลึก ธุรกิจบริการลอยอัฐิ เป็นต้น

โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายของวัดต่างๆประเมินจากค่าใช้จ่ายการสวดพระอภิธรรมและเผาศพ จะแตกต่างกันไปตามเงื่อนไข 1.ระยะเวลาในการสวดอภิธรรมและเผาศพ (3 วัน 5 วัน 7 วัน) 2.สถานะของวัด เป็นวัดขนาดเล็ก กลาง หรือ ขนาดใหญ่ ซึ่งผลการศึกษาโดยศิรินันท์ กิตติสุขสถิต และวนิพพล มหาอาชา ปี 2549 พบว่า ค่าใช้จ่ายกรณีเป็นวัดขนาดเล็กระหว่าง 3-7 วัน ขั้นต่าประมาณ 9,000 บาท สูงสุด 35,500 บาท วัดขนาดกลาง ระยะเวลาสวดอภิธรรมเท่ากันเสียใช้จ่าย 24,000-63,000 บาท ขณะที่วัดขนาดใหญ่ ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำกว่า 30,000 – 70,000 บาทขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นตัวเลขที่เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน ผู้สื่อข่าวไทยพับลิก้าได้ลงพื้นที่สำรวจวัดดังๆ ในกรุงเทพมหานคร 7 วัด ได้แก่ วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร วัดโสมนัส วัดมกุฏกษัตริยารม วัดหัวลำโพง วัดเสมียนนารี วัดตรีทศเทพ และวัดเทพศิริทร์เพื่อหาคำตอบว่า ค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพมีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน

วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร

วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร ฌาปนสถานกองทัพอากาศ ให้บริการครบวงจร โดยคิดค่าศาลาธรรมดาคืนละ 2,000 บาท ศาลาปรับอากาศคืนละ 2,500 บาท

ค่าบำรุงเมรุ 4,000 บาท ค่าน้ำ ค่าไฟ (วันเผา) 2,000 บาท ค่าเจ้าหน้าที่วันละ 440 บาท และค่าของถวายพระคืนละ 1,040 บาท

ค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆ ได้แก่ ค่าหีบศพเทพนม ข้างในบุนวมราคาตั้งแต่ 3,450 บาทขึ้นไป ดอกไม้หน้าหีบศพนั้นราคาเริ่มต้นที่ 4,500 บาท

สำหรับอาหารมีให้เลือก อาทิ กาแฟ โอวัลติ ไม่มีขนม ชุดละ 13 บาท กาแฟ โอวัลติน มีขนม 2 อย่าง ชุดละ 45 บาท หรืออาหารถ้วยละ 25-30 บาท สั้งขั้นต่ำ 50 ถ้วย

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่เล่าว่า ศาลาจะเต็มตลอดทั้งเดือน เวลาสวดศพเวลา 18.30 น. หากเจ้าภาพประสงค์ให้เลื่อนเวลาสวดศพช้า หรือเร็วขึ้น หรือการสวดพระอภิธรรมมีการพักเบรคในการรับประทานของว่าง หรือสวดเสร็จในครั้งเดียวแล้วค่อยเลี้ยงอาหารก็ทำได้ โดยแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำศาลา ส่วนเวลาเผาศพมี 4 เวลา 2 เมรุ วันหนึ่งเผาได้ 8 ศพ เริ่มเผาเวลา 13.00 น. 14.00 น. 16.00 น. และ 17.00 น.

ทั้งนี้ถ้าจัดงาน 3 คืน ประมาณ 60,000 – 90,000 บาท, 5 คืน ประมาณ 80,000 – 120,000 บาท และ 7 คืน ประมาณ 100,000 – 150,000 บาท

วัดโสมนัส

วัดโสมนัสมีหน่วยงานฌาปนสถานกองทัพบกเป็นผู้ให้บริการ โดยฌาปนสถานเป็นคนกลางติดต่อกับร้านค้าข้างนอก ส่วนอาหารว่างจากสวนดุสิตโฮม เอสแอนด์พี และการบินไทย ไว้ให้บริการ ส่วนอาหารคาวมีเจ้าประจำ

รวมไปถึงสินค้าฝากขาย เช่น บริการถ่ายภาพและวีดีโอ บริการลอยอังคาร จอมอนิเตอร์ และของชำร่วย โดยมีแผ่นพับ โปรชัวร์ ให้เจ้าภาพเลือกใช้บริการ

หีบศพจากร้านพรนิมิต มีหลายแบบหลายราคาให้เลือก มีแบบสีขาวเรียบ สีขาวเส้นสน สีขาวเทพนม หีบผ้าตราดเงิน หีบผ้าตราดทองเทพนม หีบผ้าลายหลุย และหีบมุกมีให้เลือกอีก 4 แบบ ขนาดของโลงขึ้นอยู่กับผู้ตายมีอยู่ 3 ขนาดให้เลือก 20,22 และ 24 นิ้ว จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ เจ้าภาพส่วนใหญ่เลือกใช้หีบศพเทพนมราคา 4,200 บาท

ดอกไม้มีให้เลือก เช่น แบบกอ สวน เลื้อย และโกฐพระราชทานราคาเริ่มต้นที่ 2,500 บาท โดยต้องใช้ดอกไม้ 2 ชุดคือหน้าหีบศพ 1 ชุดและหน้าเมรุอีก 1 ชุด ของที่ระลึกมีให้เลือก เช่น พัด ร่ม หนังสือ ยาดม หรือเจ้าภาพสามารถเลือกของชำร่วยตามวัตถุประสงค์ี่ที่ต้องการได้

ส่วนบริการถ่ายภาพและวีดีโอขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าภาพ แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าใดนัก

บริการฝากศพ/สุสาน ส่วนใหญ่จะฝากไว้ 100 วัน แล้วจึงทำการเผา

บริการลอยอัฐิ เริ่มต้นที่ราคา 4,500 บาทสามารถเลือกสถานที่ได้

อาหารและเครื่องดื่มมีของสวนดุสิตโฮม เอสแอนด์พี และการบินไทย โดยมีเมนูให้เลือก ส่วนอาหารคาวนั้นจะเป็นเจ้าประจำ แต่เจ้าภาพสามารถนำมาเองได้ ทางฌาปนสถานก็มีจาน ชาม ช้อนไว้ให้บริการ

ค่าใช้จ่าย ถ้า 3 คืน ประมาณ 50,000 บาท ถ้า 5 คืน ประมาณ 60,000 บาท และถ้า 7 คืน ประมาณ 70,000 บาท

วัดเสมียนนารี

วัดเสมียนนารี ให้บริการงานศพครบวงจร มี 11 ศาลา เป็นศาลาแอร์ 7 ศาลา ศาลาธรรมดา 4 ศาลา วัดสั่งดอกไม้จากร้านดอกไม้เสียงทองปากคลองตลาด ส่วนหีบศพสั่งจากร้านสุริยาหีบศพ (แคราย) อาหารมีแม่ครัวไว้บริการ ราคาต่อรองกับแม่ครัวเอง

อาหารว่างมีให้เลือก กาแฟ ไมโล โอวัลติน ในกรณีไม่มีขนมคิดชุดละ 10 บาท ถ้ามีขนมคิดชุดละ 20 บาท กาแฟ ไมโล โอวัลตินพร้อมขนมของ S&P (เค้ก แซนวิช พาย แยมโรล) ชุดละ 35 บาท จนถึงข้าวต้มหม้อเล็ก 1,000 บาท หม้อใหญ่ 1,500 บาท ขณะที่กะเพาะปลา ก๋วยเตี๋ยวและอาหารประเภทอื่นๆ จะคิดราคาที่หม้อเล็ก 1,500 บาท สำหรับแขก 60-70 คน หม้อใหญ่ 2,000 บาท สำหรับแขก 100-120 คน

ถ้าเจ้าภาพเลือกใช้บริการของวัด โดยจัดงาน 3 คืน ประมาณ 40,000 บาท งาน 5 คืน ประมาณ 60,000 บาท และถ้า 7 คืนประมาณ 70,000 บาท

วัดหัวลำโพง

สำหรับวัดหัวลำโพง วัดเป็นผู้ให้บริการงานศพถ้าเจ้าภาพเลือกใช้บริการของวัด โดยจัดงาน 3 คืนจะค่ามีใช้จ่ายประมาณ 60,000 บาท ถ้า 5 คืน ประมาณ 80,000 บาท และ 7 คืน ประมาณ 100,000 บาท

วัดตรีทศเทพ

วัดตรีทศเทพถ้าจัดงาน 3 คืน ประมาณ 40,000 บาท, 5 คืน ประมาณ 60,000 บาท และ 7 คืนประมาณ 80,000 บาท

วัดมกุฏกษัตริยาราม

ในส่วนของวัดมกุฏกษัตริยาราม วัดเป็นผู้ให้บริการ มีอุปกรณ์ไว้บริการหลากหลาย ตั้งแต่หีบศพราคาเริ่มต้นที่ 2,300 บาทถึงสูงสุด 5,500 บาท

ดอกไม้ ราคา 6,000-20,000 บาท(หากเจ้าภาพนำร้านดอกไม้จากภายนอกมาจัดหน้าศพ ทางวัดคิดค่าบำรุงวัด 1,000 บาท) เครื่องไทยธรรมสามารถเช่าซื้อจากวัดได้ ชุดละ 220 บาท อาหารและเครื่องดื่มมีไว้บริการ ถ้าเจ้าภาพต้องการเป็นของเอสแอนด์พี หรือการบินไทยเ จ้าภาพต้องติดต่อหาซื้้อเอง

อาหารว่างชุดละ 45 บาท ในหนึ่งกล่องมีขนม 2 ชิ้น และน้ำ 1 แก้วพลาสติก เจ้าภาพสามารถเลือกขนม และน้ำได้ว่าจะเอาอะไรตามเมนูที่มีให้เลือก 26 รายการ มีน้ำให้เลือกอีก 4 แบบ ถ้าต้องการเป็นชา กาแฟ หรือโอวัลตินคิดถ้วยละ 20 บาท ถ้ามีของว่างด้วย 45 บาท ของว่างสั่งขั้นต่ำ 30 ชุด (ในกรณีที่สั่งเบเกอรี่ ไม่สามารถยกเลิกและคืนเบเกอรี่ได้)

อาหารถวายพระ 5 อย่าง มีของหวาน 1 อย่าง ผลไม้ตามฤดูกาล 3 อย่าง อาหารถวายพระ 9-10 รูปคิดราคา 250 บาทต่อรูป อาหารเลี้ยงแขกสั่งขั้นต่ำ 20 คนขึ้นไป ถ้าต้องการยกเลิกต้องแจ้งล่วงหน้า 2 วัน

ถ้าเจ้าภาพเลือกจัดงาน 3 คืน ประมาณ 60,000 บาท, 5 คืน ประมาณ 80,000 บาท และ 7 คืน ประมาณ 100,000 บาท

วัดเทพศิรินทร์

วัดเทพศิรินทร์ ถ้าเจ้าภาพเลือกจัด 3 คืน ประมาณ 50,000 บาท, 5 คืน ประมาณ 70,000 บาท และ 7 คืน ประมาณ 90,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ความหรูหราใหญ่โตของงานศพเป็นการแสดงให้เห็นถึงสถานภาพและความมีหน้ามีตาทางสังคม รวมไปถึงฐานะทางเศรษฐกิจสังคมของผู้ตายและญาติ

จากงานศึกษาของ “อนันต์ ยูสานนท์” กล่าวถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับงานศพไว้ค่อนข้างละเอียด ในบทที่ว่าด้วยเศรษฐศาสตร์การตายและยกตัวอย่างค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับงานศพของคุณแม่ผู้ศึกษาซึ่งเสียชีวิตเมื่อ พ.ศ.2520 ตั้งบำเพ็ญกุศล บรรจุศพและฌาปนกิจที่ฌาปนสถานกองทัพบก วัดโสมนัส เสียค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 11,555.50 บาท ประกอบด้วย 4 รายการ 1.รับศพไปวัดรวมถึงพิธีอาบน้ำศพ 1,414.5 บาท 2.ค่าใช้จ่ายการสวดพระอภิธรรม 6 คืน 8,488 บาท 3.ค่าใช้จ่ายในการบรรจุศพ และ ค่าใช้จ่ายฌาปนกิจศพรวมถึงพิธีแปรธาตุ 1,653 บาท

จากปี 2520 – 2554 เป็นเวลา 34 ปี จะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายจัดงานศพมีราคาเพิ่่มขึ้นถึง 10 เท่าตัว

Advertisements

ธุรกิจงานศพ (1)

12 พ.ย.

ธุรกิจบริการหลังความตายบานสะพรั่ง

ที่มา :ThaiPublica.org

พวงหรีดหลากหลายราคาที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าดูตระการตาสำหรับผู้ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เพียงคลิ๊กเดียวผ่านMesati.com มีสติดอทคอมเว็บไซต์ที่ให้บริการจัดส่งพวงหรีดทั่วประเทศไทย พวงหรีดรูปแบบต่างๆ สนนราคาตั้งแต่ 800 บาท ถึงสูงสุด 3,000 บาทจะปรากฏขึ้นมาให้เลือกในพริบตา

มีสติดอทคอมมีสติดอทคอม เว็บไซต์ให้บริการประกาศงานศพออนไลน์ และจำหน่าย/จัดส่งพวงหรีดมีแบรนด์ ทั่วประเทศไทย

นอกเหนือจากคลิ๊กดูพวงหรีดไปทีละหน้าแล้ว มีสติดอทคอมยังทำช่องไว้ให้เลือกจังหวัด วัดที่จะจัดส่งและราคา เพื่อให้ผู้สั่งทราบว่า วัดที่ต้องการจัดส่งพวงหรีดไปนั้นอยู่ในขอบเขตบริการหรือไม่

จุดขายอีกประการหนึ่งของมีสติดอทอมคือพวงหรีดมีแบรนด์ เป็นแบรนด์ของผู้ใช้บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการไว้อาลัยให้ญาติมิตรหรือเพื่อนรวมงาน พวงหรีดแบบปกติจะเขียนเพียงชื่อของผู้ไว้อาลัยเท่านั้น แต่พวงหรีดมีแบรนด์ คือพวงหรีดที่ผู้ไว้อาลัยสามารถนำโลโก้หรือแบรนด์ของบริษัทหรืออาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ของผู้ใช้บริการ นำมาไว้บนป้ายพวงหรีดได้

บริการเสริมของมีสติดอทคอมถือเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่ทำให้เว็บนี้น่าสนใจอย่างมาก เพราะมีบริการประกาศงานศพให้กับเจ้าภาพผ่านทางโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ทั้งเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ ทำให้ข่าวสารต่างๆ ถูกส่งต่อไปได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ญาติ พี่น้อง เพื่อน ตลอดถึงผู้ที่เคารพนับถือ ลูกศิษย์ ลูกน้องและผู้เคารพนับถือได้รับทราบข่าวสารข้อมูล

เว็บไซต์มีสติดอทคอม เป็นหนึ่งในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับงานศพที่ทยอยเข้าสู่โลกออนไลน์ ขณะที่“บริการหลังความตาย 24 ชั่วโมง” คือ มอตโตที่สุริยาหีบศพบอกให้ลูกค้าทราบว่า หากท่านมาที่ suriyacoffin.com ก็สามารถเลือกใช้บริการครบวงจรตั้งแต่โลงศพหลากประเภท พวงหรีด ดอกไม้ตบแต่งหน้าโลงศพ จนถึงบริการรถตู้ขนส่งหีบศพได้ทุกที่ทุกเวลา

เช่นเดียวกับรถตู้กาแฟ “โยเกิร์ต คอฟฟี่” เจ้าของสโลแกน “ดื่มทีไร โดนใจทุกที” ก็เลือกโปรโมทกิจการของตัวเองผ่านเฟซบุ๊ค

“โยเกิร์ต คอฟฟี่”ให้บริการเครื่องดื่มด้วยรถตู้เคลื่่อนที่สามารถให้บริการได้ตั้งแต่ 200 – 2,000 แก้วต่อวัน มีรายการเครื่องดื่มให้เลือก ชา กาแฟ โกโก้ร้อน เย็น เป็นต้น เจ้าภาพสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความพึงพอใจ

โดยเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ภายในงานต่างๆ ด้วยการจอดรถเป็นมุมกาแฟน่ารัก โดดเด่นและสวยงาม บริการทั้งในร่มและกลางแจ้ง ไม่ว่างานเล็กหรืองานใหญ่ สามารถเคลื่อนที่ไปจอดได้หมดเพื่อบริการแขกในงาน

การเบ่งบานของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับงานศพในโลกออนไลน์ เติบโตคู่ไปกับตลาดงานศพที่ขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว ทั้งยังสะท้อนถึงการปรับโมเดลธุรกิจของบรรดาห้างร้านที่ทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับงานศพ ดังกรณีร้านจัดพวงหรีด หรือค้าหีบศพให้ก้าวตามโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและตอบสนองวิถีการดำเนินชีวิตสมัยใหม่ของผู้คนที่ต้องการความสะดวกสบายและให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี

ธุรกิจความตายบนโลกออนไลน์จึงเป็นธุรกิจคู่ขนานที่เพิ่มยอดขายหรือช่องทางเสริมในการประชาสัมพันธ์ให้ห้างร้านของพวกเขาเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น มากกว่าจะเข้ามาแทนที่และเบียดบังจนทำให้ร้านค้าดั้งเดิมที่อยู่รายล้อมรอบวัดต้องเลิกกิจการ

สุริยาหีบศพ
สุริยาหีบศพผู้ให้บริการหลังความตาย 24 ชั่วโมง ที่มา : http://www.suriyafuneral.com/

เปิดขุมทองธุรกิจความตาย

ธุรกิจความตายเป็นตลาดที่มีมูลค่ามหาศาล ซึ่งจากการประเมินของศูนย์วิจัยกสิกรไทยในปี 2552 ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานศพ มีเม็ดเงินหมุนเวียนประมาณ 35,000 ล้านบาทต่อปี โดยเงินค่าใช้จ่ายเหล่านี้เริ่มคำนวณกันตั้งแต่การเคลื่อนย้ายศพเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาไปจนกระทั่งเผา หรือฝังตามความต้องการของผู้ตายหรือญาติ

1.ค่าใช้จ่ายจิปาถะที่เจ้าภาพงานศพจะต้องจ่าย ค่าใช้จ่ายส่วนนี้แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความประสงค์ของเจ้าภาพ โดยแยกเป็นค่าใช้จ่ายสำคัญ ดังนี้

    1) ค่าโลงศพ ราคาโลงศพแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของไม้หรือวัสดุที่ใช้ทำโลง เช่น โลงไม้ยาง โลงไม้เนื้อแข็ง โลงไม้อัด และโลงมุก เป็นต้น และความแตกต่างของลวดลายที่ตกแต่งโลงศพ โดยมีราคาโลงศพต่ำสุดประมาณ 3,000 บาทและสูงสุดถึงกว่า 200,000 บาท ซึ่งจะเป็นโลงศพที่มีการติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ เช่น โลงศพประดับมุก โลงศพติดเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น
    2) ค่าดอกไม้ประดับหน้าศพและเมรุ ค่าดอกไม้ประดับหน้าศพและเมรุอยู่ในช่วง 8,000-15,000 บาท ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันตามประเภทดอกไม้ ปริมาณของดอกไม้ที่ใช้ และรูปแบบของการจัดดอกไม้ เช่น การจัดแบบสวนน้ำตก เป็นต้น นอกจากนี้ในบางกรณีเจ้าภาพงานศพต้องการเปลี่ยนดอกไม้ใหม่ เนื่องจากดอกไม้ดังกล่าวมีอายุการใช้งานประมาณ 2-3 วัน สำหรับผู้ตั้งสวดพระอภิธรรมหลายวันอาจจะต้องสั่งเปลี่ยนดอกไม้ 2-3 ชุด นอกจากนี้ในวันเผาเจ้าภาพบางรายต้องการตกแต่งเมรุให้ดูสวยงามด้วย
    3) ค่าอาหารเลี้ยงแขก ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารที่จัดเลี้ยงหลังการสวดพระอภิธรรมในแต่ละคืน จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรูปแบบของอาหาร เช่น การเลี้ยงข้าวต้ม เลี้ยงของว่างประเภทน้ำชา-กาแฟ เป็นต้น ซึ่งถ้าเจ้าภาพให้ทางวัดจัดการให้นั้นทางวัดจะคิดเป็นค่าใช้จ่ายต่อหัว โดยให้ทางเจ้าภาพประมาณจำนวนแขกในแต่ละคืนมาให้ ในบางกรณีที่เจ้าภาพสั่งอาหารมาเองค่าใช้จ่ายก็ขึ้นอยู่กับประเภทและจำนวนแขกเช่นกัน จากการสำรวจข้อมูลเฉพาะวัดในกรุงเทพฯราคาในการจัดเลี้ยงอาหารงานศพแต่ละคืนเฉลี่ยประมาณ 2,000-5,000 บาท
    ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนแขกที่มาร่วมงาน แต่หากเจ้าภาพมีฐานะเลี้ยงเป็นโต๊ะจีนก็จะเริ่มต้นที่ราคา 5,000 บาทไปจนถึง 10,000 บาท ซึ่งค่าอาหารนี้ยังไม่นับรวมในกรณีที่เจ้าภาพต้องการเหมาให้ทำอาหารถวายพระฉันเช้า ฉันเพลในระหว่างที่ตั้งศพ และเลี้ยงพระรวมทั้งญาติในวันที่มีการเผาศพด้วย นอกจากนี้เจ้าภาพบางรายยังมีการว่าจ้างในการเลี้ยงพระในวันครบรอบ 7 วันอีกด้วย
    4) ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดนี้จะแตกต่างกันอย่างมากโดยบางวัดจะแจกแจงรายการค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดเหล่านี้มาให้เจ้าภาพพิจารณาอย่างละเอียด แต่บางวัดจะเก็บค่าใช้จ่ายส่วนนี้ในลักษณะเหมารวม โดยค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดที่สำคัญคือ ค่าบำรุงศาลา ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ยังแตกต่างกันที่ขนาดของศาลา ประเภทของศาลา และจำนวนวันที่ตั้งศพ กล่าวคือ ถ้าศาลาขนาดใหญ่ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าศาลาขนาดเล็ก และถ้าศาลาที่มีเครื่องปรับอากาศค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าศาลาธรรมดา

ค่าธรณีสงฆ์กรณีที่ญาติต้องเก็บศพผู้เสียชีวิตไว้ก่อนยังมิได้ประกอบพิธีเผาหรือนำไปฝัง วัดจะมีโกดังเก็บศพไว้ และกำหนดให้เก็บศพไว้ไม่เกิน 100-150 วัน เสียค่าบำรุงวัด 500-1,000 บาท ค่าบำรุงเมรุและค่าน้ำมันเผาศพประมาณ 2,000 บาท เจ้าหน้าที่จัดการศพทั้งรดน้ำศพและเผาศพประมาณ 1,000 บาท ค่าผ้ามหาบังสกุล/ผ้าบังสกุล เครื่องไทยธรรมถวายพระสวดอภิธรรมรวมทั้งดอกไม้ธูปเทียนถวายพระประมาณ 1,000 บาท/คืน ซึ่งยังไม่นับรวมค่าถวายสังฆทาน หรือติดกัณฑ์เทศน์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่นๆ ได้แก่ ค่าเครื่องตราสัง ค่ารถไปรับศพ ค่าแรงคนงานไปรับศพ ค่าแรงงานคนงานบรรจุศพ ค่าสายสิญจน์ ค่าเฝ้าจุดธูปหน้าศพกลางวัน-กลางคืน ค่าดอกไม้จันทน์เผาศพ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับของระลึกในงานเผาศพอีกด้วย นอกจากนี้เจ้าภาพบางรายยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเป็นเงินสินน้ำใจเพิ่มเติมให้กับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลศาลาด้วย

2.รูปแบบของพิธีกรรมทางศาสนา จากการสำรวจพบว่ารูปแบบของพิธีกรรมทางศาสนา เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ค่าใช้จ่ายงานศพแตกต่างกัน โดยค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดต่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้นเป็นพิธีงานศพแบบไทย ส่วนในกรณีที่เป็นงานศพแบบจีนนั้นจะมีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มในกรณีที่ทำพิธีกงเต็ก และค่าหลุมฝังศพ กล่าวคือ

    1) การทำพิธีกงเต็ก เจ้าภาพจัดงานศพจะมีค่าใช้จ่าย 2 ส่วนคือ ค่าใช้จ่ายให้กับคณะที่จัดพิธีกงเต็ก และค่าใช้จ่ายเพิ่มให้กับทางวัด โดยค่าใช้จ่ายให้กับคณะที่จัดพิธีกงเต็กนั้นแตกต่างกันในกรณีที่เป็นกงเต็กใหญ่หรือเล็ก กล่าวคือกงเต็กใหญ่จะมีพระสวด 9 รูป สวดตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 20,000 บาท ส่วนกงเต็กเล็ก นิมนต์พระสวด 3-7 รูป สวดตั้งแต่ 4 โมงเย็นถึง 4 ทุ่ม ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 10,000-18,000 บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้ยังไม่รวมเครื่องกระดาษและของไหว้ในพิธีที่เจ้าภาพจะต้องจัดเตรียมเอง โดยค่าใช้จ่ายในส่วนนี้แตกต่างกันโดยมีราคาตั้งแต่ 3,000-20,000 บาท นอกจากนี้เจ้าภาพยังมีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มให้กับทางวัด โดยในวันทำพิธีกงเต็กนั้นทางวัดจะคิดค่าอนุญาตทำพิธีกงเต็ก ค่าบำรุงเตาเผาเครื่องกงเต็ก และค่าตำรวจรักษาการคืนทำกงเต็ก ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในส่วนนี้จะแตกต่างกันในแต่ละวัดอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท
    2) ค่าหลุมฝังศพ จะมีราคาตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 1,000,000 บาทขึ้นไปทั้งนี้ขึ้นกับทำเล สำหรับทำเลปานกลางก็จะมีราคาประมาณ 1 แสนบาท แต่ถ้าทำเลดีก็จะมีราคา 2-3 แสนบาทขึ้นไป โดยในงานแบบจีนจะมีส่วนเพิ่มคือ เสื้อผ้าของญาติที่จะใช้ทำพิธีกงเต็ก ค่าจัดพิธีกงเต็ก ของไหว้ศพ เครื่องกระดาษ(ใช้เผา) ค่าดูฮวงจุ้ย และอื่นๆ
    อย่างไรก็ตามในปัจจุบันชาวไทยเชื้อสายจีนบางส่วนไม่ได้เคร่งครัดที่จะต้องมีพิธีกงเต็ก หรือการฝังศพ โดยหันมาเผาศพผู้ที่เสียชีวิตเช่นเดียวกับพิธีของคนไทยมากขึ้น ซึ่งบางครั้งเป็นความประสงค์ของผู้ที่เสียชีวิตที่ไม่ต้องการให้เป็นภาระกับลูกหลานมากนัก

3.สถานที่จัดงานศพ สถานที่จัดงานศพก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ค่าใช้จ่ายในงานศพนั้นแตกต่างกัน ในกรณีที่เป็นการจัดงานศพในกรุงเทพฯ และจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางธุรกิจ กับจังหวัดทั่วๆ ไป ค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันอย่างมาก โดยเฉลี่ยแล้วค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันประมาณ 3 เท่าตัว เนื่องจากงานศพในต่างจังหวัดมักจะจัดอย่างเรียบง่ายกว่าและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า

4.วัดที่จัดงานศพ การเลือกวัดที่จัดงานศพก็มีผลต่อค่าใช้จ่ายเช่นกัน โดยเฉพาะระหว่างวัดที่เป็นพระอารามหลวง วัดขนาดใหญ่และวัดขนาดเล็ก กล่าวคือ ค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพในวัดที่เป็นพระอารามหลวงนั้นจะสูงที่สุด รองลงมาคือวัดขนาดใหญ่ ส่วนวัดขนาดเล็กนั้นค่าใช้จ่ายก็จะไม่สูงมากนัก นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในวัดเดียวกันยังแตกต่างกันในกรณีที่เลือกขนาดของศาลาแตกต่างกัน กล่าวคือ ถ้าเป็นศาลาขนาดใหญ่ก็จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าศาลาขนาดเล็ก รวมทั้งถ้าเป็นศาลาที่มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นไปอีก

ธุรกิจเกี่ยวเนื่องผุดเป็นดอกเห็ด

ธุรกิจงานศพเติบโตมากมายแค่ไหน สามารถประเมินได้จากการผุดขึ้นของธุรกิจเกี่ยวเนื่องใหม่ๆ อาทิ ธุรกิจรับจัดงานศพอย่างครบวงจร เนื่องจากการจัดงานศพนั้นมีรายละเอียดปลีกย่อยค่อนข้างมาก ทำให้เกิดธุรกิจรับจัดงานศพอย่างครบวงจรครอบคลุมการบริการอย่างครบวงจรตั้งแต่การแต่งหน้าและฉีดยาศพ จัดหาวัด ขอใบมรณะบัตร จัดเตรียมพิธีรดน้ำศพ ติดต่อขอน้ำหลวงอาบศพ จัดทำพิธีบรรจุศพ จัดทำพิธีสวดพระอภิธรรมหรือพิธีกงเต็กและงานฌาปนกิจหรือพระราชทานเพลิงศพ รวมถึงงานอื่นๆ ทั้งการ์ดงานศพ ดอกไม้ อาหารว่าง บอร์ดภาพถ่าย ของชำร่วย/หนังสือที่ระลึก และบริการเสริมในการจัดงานได้ เช่น พิธีลอยอังคาร การนำผู้ร่วมงานไปยังที่ฝังศพ เป็นต้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าภาพที่ไม่มีเวลา และไม่ต้องการยุ่งยากในการจัดงานให้ครบถ้วนตามประเพณี

ลูกค้าเป้าหมายของธุรกิจรับจัดงานศพอย่างครบวงจรนั้นส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าระดับบนหรือลูกค้าที่มีรายได้สูง โดยมีระดับราคาตั้งแต่ 120,000 –400,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนวันที่จะจัดพิธีศพ และรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งคาดว่าธุรกิจนี้จะมีผู้ประกอบการที่มีฐานะเป็นบริษัทผู้จัดงานสนใจเข้ามาทำธุรกิจลักษณะดังกล่าวเพิ่มขึ้น เพราะยังเหลือช่องว่างทางการตลาดมาก

ธุรกิจงานศพครบวงจร
ธุรกิจงานศพครบวงจร
    1.ธุรกิจแต่งหน้า/แต่งตัวศพ ก่อนที่จะนำร่างผู้ตายไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ญาติๆจะจัดการอาบน้ำแต่งตัวให้ผู้ตายเสียใหม่ ด้วยเชื่อว่าจะทำให้ผู้ตายมีเสื้อผ้าดีๆใส่ติดตัวไปยังภพภูมิใหม่ด้วย นอกจากนั้นยังมีการแต่งหน้าให้ดูดี มีสีสัน เพื่อให้ผู้ตายดูดี และไม่เป็นที่หวาดกลัวของแขกเหรื่อที่มาร่วมไว้อาลัย หากผู้ตายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลก็มักจะเป็นผู้แต่งหน้าศพให้ โดยมีทั้งเจ้าหน้าที่ซึ่งโรงพยาบาลว่าจ้างมาจากภายนอก และบุคลากรของโรงพยาบาลเอง ปกติมีค่าใช้จ่ายประมาณศพละ 1,000-2,000 บาท ค่าฉีดฟอร์มาลินปกติอยู่ที่ 500 บาท แต่หากเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ค่าฉีดยาศพจะสูงถึง 1,500-2,000 บาท เพราะจะคิดค่าความเสี่ยงด้วย
    2.ธุรกิจจัดกงเต๊ก กงเต็กหมายถึงการที่ลูกหลานทำบุญกุศล ทั้งทำแทนผู้ตายและทำให้ผู้ตายเพื่อให้ผู้ตายได้กุศลผลบุญมากพอที่จะขึ้นไปสวรรค์ โดยพิธีกงเต็กมี 3 แบบคือ แบบพระจีนเป็นผู้ทำพิธี ถ้าต่างนิกายกันจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน แบบคนธรรมดาเป็นผู้ประกอบพิธี โดยจะเป็นผู้ชายสวมชุดพระจีนสีขาว และแบบกงเต็กจีนแคะ การทำพิธีกงเต็กจะใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับจำนวนพระที่นิมนต์มาสวด โดยถ้าเป็นกงเต็กใหญ่ก็จะต้องนิมนต์พระมาสวด 5 รูปขึ้นไป และถ้าเป็นกงเต็กเล็กก็จะมีการนิมนต์พระมาสวดรูปเดียวหรือ 3-5 รูป
    ปัจจุบันผู้ที่ดำเนินการธุรกิจจัดพิธีกงเต็กนั้นส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ดำเนินธุรกิจนี้มาเป็นเวลานาน และจะได้รับการติดต่อในลักษณะบอกต่อๆกัน หรือการให้เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ไว้กับทางวัดที่อนุญาตให้มีการทำพิธีกงเต็กในวัดได้ ค่าใช้จ่ายนั้นเป็นการตกลงกันระหว่างเจ้าภาพและผู้ดำเนินการธุรกิจจัดพิธีกงเต็ก นอกจากนี้ธุรกิจต่อเนื่องจากธุรกิจกงเต็กคือ ธุรกิจเครื่องกระดาษ ของไหว้ รวมทั้งชุดที่ใส่เฉพาะในพิธีกงเต็กที่ทำจากผ้ากระสอบและผ้าดิบ
    3.ธุรกิจเสื้อผ้าไว้ทุกข์ โดยทั่วไปจะเป็นเสื้อผ้าสีดำ แต่สำหรับชาวจีนจะนิยมใส่สีขาวทั้งชุดในระหว่างพิธีสวดศพ ในกรณีที่เป็นลูกหลานหรือญาติสนิทจะต้องซื้อเสื้อผ้าเพื่อใส่ไว้ทุกข์ ซึ่งโดยปกติจะไว้ทุกข์ประมาณ 100 วัน สำหรับผู้หลักผู้ใหญ่หรือทำงานมีชื่อเสียงทำให้ต้องได้รับเชิญให้ไปร่วมงานพิธีศพ ทำให้ต้องมีการเตรียมเสื้อผ้าสีดำไว้อย่างน้อย 3-5 ชุด ดังนั้นผู้ประกอบการจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปจึงมักจะมีชุดดำไว้จำหน่าย เนื่องจากสามารถขายได้เรื่อยๆ ทุกเทศกาล
    4.ธุรกิจของที่ระลึกในงานศพ ซึ่งทำให้เกิดเงินสะพัดในธุรกิจผลิตของชำร่วย และปัจจุบันนิยมแจกหนังสือเป็นของที่ระลึก โดยถ้าเป็นงานศพของผู้มีฐานะทางสังคมก็จะมีการจัดพิมพ์หนังสือที่ระลึกเฉพาะงานขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งหนังสือเหล่านี้บางเล่มเป็นที่ต้องการของตลาดหนังสือ เนื่องจากเป็นที่นิยมของผู้อ่านมาก ทำให้มีการนำมาจำหน่ายต่อเป็นหนังสือมือสองอีกด้วย แต่ถ้างานศพที่ไม่ใหญ่โตมากนักก็มักจะเลือกหนังสือเกี่ยวกับธรรมะมาแจกเป็นหนังสือที่ระลึกในงานศพ ซึ่งทำให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจสิ่งพิมพ์ นอกจากนี้เจ้าภาพบางรายนิยมแจกของที่ระลึกในลักษณะของชำร่วย โดยติดสติ๊กเกอร์ว่าเป็นของที่ระลึกพิธีศพผู้ใด ของที่นิยมได้แก่ ที่รองแก้ว ยาหม่อง ยาดม ฯลฯ
    5.ธุรกิจแคทเทอริ่ง ธุรกิจการจัดเลี้ยงอาหารในช่วงที่พระสวดอภิธรรม มูลค่าธุรกิจนี้อยู่ในเกณฑ์สูงทำให้บรรดาผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหาร และเบเกอรี่เล็งเห็นช่องทางธุรกิจ โดยการเข้าไปเสนอตัวเป็นผู้จัดการด้านอาหารให้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าภาพทั้งในลักษณะเป็นการจัดเลี้ยง หรือในลักษณะของการจัดอาหารกล่อง เครื่องดื่มประเภทต่างๆ รวมทั้งของว่าง นับว่าเป็นการสร้างช่องทางธุรกิจเพิ่มขึ้นให้กับธุรกิจแคเทอริ่ง ซึ่งเป็นธุรกิจจัดเลี้ยงนอกสถานที่ที่มุ่งเจาะตลาดสัมมนาและงานต่างๆ เช่น งานเปิดตัวสินค้า หรือร้านค้า เป็นต้น โดยค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับประเภทอาหารและจำนวนแขกที่มาในงานเป็นสำคัญ
    6.ธุรกิจร้านถ่ายรูป/วิดีโอ ธุรกิจร้านถ่ายรูป/วิดิโอได้รับอานิสงส์จากงานศพเช่นกัน โดยเจ้าภาพงานศพบางรายต้องการอัดขยายรูปของผู้เสียชีวิตเพื่อนำไปตั้งไว้หน้าศพในระหว่างวันที่สวดอภิธรรมศพ และวันที่เผาศพ นอกจากนี้เจ้าภาพยังถ่ายภาพพิธีศพ และบรรดาผู้เข้ามาร่วมงานเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย อาจจะดำเนินการเองหรือจ้างช่างถ่ายรูปมาดำเนินการให้ ในปัจจุบันยังมีธุรกิจรูปแบบใหม่คือ บริการแสดงภาพและความรู้สึกที่มีต่อผู้เสียชีวิตผ่านจอภาพพลาสม่าที่ติดตั้งที่ศาลาสวดอภิธรรม เช่น แสดงประวัติของผู้เสียชีวิต แสดงภาพและความรู้สึกประทับใจ แสดงคำไว้อาลัยของครอบครัวและผู้ร่วมงานต่อผู้เสียชีวิต เป็นต้น โดยมีการจัดแสดงทุกวันที่มีการสวดอภิธรรม และเมื่อเสร็จสิ้นงานก็จะมอบซีดีให้กับเจ้าภาพงานศพ

จะเล่าให้ฟังเรื่อง EM

8 พ.ย.

ศ.ระพี สาคริก
กาญจนบุรี (7 พฤศจิกายน 2554)

บันทึกโดย สิริยากร พุกกะเวส

ศ.ระพี สาคริก

ศ.ระพี สาคริก

เธอที่รักของฉันบัดนี้ฉันมีอายุเกือบจะ 90 ปีแล้ว เห็นลูกเห็นหลานทะเลาะกันมันก็ไม่สบายใจทั้งนี้เพราะไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ

โบราณเขาสอนว่า อย่าไปดูที่ตัวมันแล้วก็หลงยึดติดอยู่กันคนละมุม ขอให้ดูที่มาที่ไปให้มันลึกที่สุด แล้วเธอจะรวมกันได้

หวนกลับไปนึกถึงช่วงปีพ.ศ. 2487 ขณะนั้นฉันยังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต่อมาภายหลังจึงได้รับเลือกให้ เป็นหัวหน้าหอ 5 ในช่วงนั้นนิสิตเกษตรฯ ทุกคนได้ให้ความรักแก่ฉันเป็นอย่างมากไม่ว่าใครจะทะเลาะกันที่ไหนก็มาหาคนนี้

มีเพื่อนรุ่นน้องของฉันคนหนึ่งที่ชื่อ คุณสุวรรณ เผ่าช่างทอง เธอเป็นนิสิตใหม่ แต่เธอก็เข้ามาใกล้ชิดสนิทสนมกับฉัน ต่อ มาภายหลัง นิสิตคนนี้จบออกไปแล้วก็ไปเป็นอาจารย์ใหญ่อยู่ที่โรงเรียนเกษตร ซึ่งมีญี่ปุนอยู่เบื้องหลัง โรงเรียนนี้เน้นการทำเกษตร อินทรีย์ แต่เอาลัทธิโยเรเข้าไปบังหน้า

ถัดมาอีกไม่เกิน 20 ปี โรงเรียนนี้ก็ต้องล่มสลาย เพราะทีแรกคนไทยก็ติดลัทธิโยเรกันงอมแงม

นั่นแหละหลักธรรม ก็ได้ชี้ไว้ว่า อะไรที่ไม่บริสุทธิ์มันก็ย่อมอยู่ไม่ได้นานทั้งนี้เพราะลัทธิโยเรถูกใช้เป็นเครื่องมือมอมเมา คนไทย โดยเฉพาะเด็กเกษตรซึ่งเป็นลูกหลานชาวนา ให้ตกเป็นทาสเสพติดแต่ของชาติที่อยู่เบื้องหลัง

อนึ่ง อีกด้านหนึ่ง ได้มีอาจารย์ญี่ปุ่นคนหนึ่งซึ่งถูกแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าโครงการนี้ ได้เข้ามาหาฉันที่บ้าน แล้วขอให้เป็น ประธานโครงการที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ในจังหวัดสระบุรี
บังเอิญช่วงนั้นฉันถูกแต่งตั้งให้เข้าไปเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ โดยพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ทั้งๆ ที่เราก็ไม่เคยรู้จัก กันมาก่อน แต่นายทหารคนนี้ศรัทธาในตัวฉัน เพราะทำให้ทหารตั้งแต่พลทหารถึงนายพลสามารถคบค้ากันได้ อีกทั้งมืออาชีพ การเกษตร เพราะฉันสอนให้ทหารปลูกต้นไม้ รู้จักระบบตลาด ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ก็คือที่ราบสิบเอ็ดซึ่งเป็นแหล่งขายต้นไม้ใหญ่ ทุกวันนี้

ก่อนที่จะยุบสภาดังกล่าว ฉันได้ถูกพลอากาศเอกอรินทร์ หงสกุล ประธานสภาฯ ขอร้องให้ไปประชุมสหภาพรัฐสภาเอเชีย ที่ประเทศญี่ปุ่น ในที่สุดก็ได้ไปรู้จักกับประธานสภาที่ชื่อ คุณอินามิเน่ บุคคลผู้นี้มีความแคล่วคล่องว่องไวมาก อีกทั้งมีความคิด กว้างขวางและลึกซึ้ง

อย่างไรก็ตาม นิสัยของฉันก็คือ อะไรที่มันผ่านเข้ามาในวิถีชีวิตฉันจะจำได้หมด ต่อมา ฉันก็ถูกเชิญไปประชุมเรื่อง กล้วยไม้ที่เกาะโอกินาว่า ในที่สุด จึงรู้ว่าคุณอินามิเน่ได้ถูกมอบหมายให้ไปเป็นผู้ว่าการของเกาะนี้ นอกจากนั้น ยังรู้ว่า EM มันเกิด ขึ้นจากความคิดตรงนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ตัวฉันเองเป็นคนมีรากฐานจิตใจอิสระ ไม่ว่าไปที่ไหนก็มักมีคนรักโดยไม่จำกัดชนชั้นวรรณะ ในที่สุดจึงไป รู้จักกับคุณฮิเบะซึ่งเป็นส.ส.ของนครอิโตะ แห่งเมืองชิสุโอกะคุณฮิเบะและเพื่อนๆได้พาฉันไปเที่ยวศูนย์ M.O.A. ซึ่งทำหน้าที่เผย แพร่ศิลปวัฒนธรรมแก่คนท้องถิ่น ปกติญี่ปุ่นจะส่งเสริมการท่องเที่ยวให้คนของเขามีความรู้เรื่องประเทศชาติ แต่กีดกันชาวต่าง ประเทศไม่ให้เข้าไปโดยง่าย ซึ่งเรื่องนี้ฉันรู้ดีเพราะตัวฉันเอง เนื่องจากคนญี่ปุ่นให้ความรักความเคารพ ฉันจึงถามเขาตรงๆ ว่านโย บายการท่องเที่ยวของเขานั้นไม่ต้องการให้ต่างชาติเข้ามาเที่ยวใช่หรือเปล่า เขาตอบว่าใช่ นี่แหละที่เขารักษาประเทศชาติของเขา เอาไว้ได้

ฉันได้ไปเห็นโครงการวิจัยเรื่องแบคทีเรียที่สร้างประโยชน์ให้แก่การเกษตรซึ่งช่วงนั้นเพิ่งเริ่มทำใหม่ๆ คนของเขาได้พาฉัน ไปดูหมดทุกแง่มุม ทั้งนี้เพราะเขาไว้ใจเรา

ความจริงแล้ว แบคทีเรียมันมีอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือแบคทีเรียที่ต้องการอากาศ ภาษาอังกฤษเรียกว่า aerobic bacteria ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งได้แก่ nonaerobic bacteria ซึ่งสามารถทำลายซากพืชซากสัตว์ได้ดี ไม่ว่าจะอยู่ลึกแค่ไหน แม้แต่จม น้ำมันก็ทำได้

เอาล่ะ ฉันพูดทิ้งไว้ตรงนี้ก่อน แต่ขออนุญาตข้ามไปพูดถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยริวกิวคนหนึ่ง ซึ่งฉันขอสงวนชื่อเอาไว้ อาจารย์คนนี้มาจากมหาวิทยาลัยริวกิวที่เกาะโอกินาว่า และช่วงนั้นเป็นช่วงที่คุณอินามิเน่ถูกแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการที่ เกาะนี้พอดี อาจารย์คนนี้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อติดต่อตีสนิทกับคนกล้วยไม้บางคน แต่ก็ไม่ใช่แค่นั้น เธอมีเงินติด กระเป้ามาด้วยมากพอสมควร คนญี่ปุ่นไม่ใช่เป็นคนใจแคบ ดังนั้นจึงเจาะไปทั่ว ในที่สุดก็เข้าไปหากรมพัฒนาที่ดิน และเอาเงิน ก้อนหนึ่งไปมอบให้แก่อธิบดี ซึ่งฉันขอสงวนชื่อ อธิบดีคนนี้เป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดของฉันด้วย ฉันจึงรู้ว่าเธอเป็นคนเรียบร้อยมาก แต่อาจเป็นเพราะเธอใจอ่อนจึงรับเงินเขาไว้เพื่อนำเงินไปใช้ในราชการ โดยไม่ผ่านกรมวิเทศสหการในที่สุดเธอก็ต้องถูกสั่งย้าย ทั้งๆ ที่ ตัวเธอเองไม่ได้มีมลทิน แต่ทำผิดระเบียบ เรื่องนี้ขอให้เธอรู้ด้วยว่าฉันไม่ลืมเธอ

พอดีกันกับตัวฉันเองถูกเชิญไปโอกินาว่าแทบทุกปี มีอาจารย์อีกคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในคณะกรรมการตัดสินกล้วยไม้นานาชาติ ฉันได้ถามเขาว่ารู้จักอาจารย์คนที่ไปเมืองไทยบ่อยๆ หรือเปล่า เขาบอกว่ารู้จักครับ แต่คนที่โอกินาว่าเขาไม่คบอาจารย์คนนั้น เข้าใจว่าเป็นเพราะแกเล่นการเมือง จนกระทั่งใครๆ ก็รู้กันหมด

อย่างไรก็ตาม ที่จังหวัดหนึ่งของเกาะโอกินาว่า มีโรงงานผลิต EM อยู่ที่นั่น ตอนที่ฉันไปเห็นเขาเริ่มทำ EM ใหม่ๆ ที่ศูนย์ M.O.A. ที่อะตามิริมทะเล ได้เห็นเขาเอาพวกสารอินทรีย์ต่างๆ มาอัดแล้วปิดข้างๆ เอาไว้ เวลาเราไปดูถึงค่อยๆ แหวกให้เราเห็นว่า มันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นพวก non-aerobic bacteria ญี่ปุ่นไปเก็บเอามาจากในธรรมชาติ จากบริเวณที่อากาศลงไปไม่ถึง ฉัน ไปครั้งใด ถ้าแวะไปเยี่ยม เขาจะต้อนรับขับสู้อย่างเต็มที่ แม้กระทั่งยกน้ำ EM มาให้ลังใหญ่ๆ เป็นประจำ

แต่เนื่องจากตัวฉันเองเป็นคนมีนิสัยซื่อสัตย์ต่อตนเอง เพราะฉะนั้นฉันจึงไม่ตกหลุม ทั้งๆ ที่เขาพยายามอธิบายว่าน้ำ EM นี่มันศักดิ์สิทธิ์นัก ใช้ดื่มก็ได้ใช้อาบก็ได้ไม่ว่าใส่อะไรมันวิเศษไปทั้งหมด นี่แหละมันทำให้ตัวฉันเองไหวทัน เพราะฉะนั้น การที่ฉัน รับเอาไว้ก็มากองไว้ที่บ้านโดยไม่ได้สนใจอะไรมันอีก แต่ฉันสนใจเรื่องคนมากเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นจึงไม่ยอมปล่อยความจำให้ มันผ่านพ้นไปโดยง่าย

อีกเรื่องหนึ่งที่ฉันสนใจก็คือ ถ้าเป็นของดีจริงทำไมต้องมาหวงเป็นความสับ แม้กระทั่งขึ้นไปดูบนถังหมักเขาก็ไม่ยอมให้ ขึ้น ฉันรู้ว่าเขาต้องการให้ฉันนำมาเผยแพร่ในวงการกล้วยไม้ อยู่มาวันหนึ่ง มีคนญี่ปุนกลุ่มหนึ่งมาขอเชิญให้ฉันไปรับประทานอาหารคํ่า โดยที่พวกเขาจะเป็นเจ้าภาพ

เพราะฉันไม่ไว้ใจ แต่เก็บเอาไว้ในใจตัวเอง หากขอให้ลูกศิษย์คนหนึ่ง ซึ่งเป็นทูตเกษตรอยู่ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยใน กรุงโตเกียว ลูกศิษย์คนนี้คือคุณวิเชียร กำจายไพ เขาบินมาจากเกาะโอกินาว่าเพื่อมาร่วมโต๊ะกับฉัน ให้เขามีโอกาสฟังว่าพวกญี่ปุ่น เขาพูดอะไรกันบ้าง

เธอเชื่อไหมว่า สิ่งที่เขาพูดกันวันนั้นมันมาผุดขึ้นในกรุงเทพฯ อย่างละเอียด ทำให้คนกลุ่มที่เข้ามาเผยแพร่ลัทธิโยเร รู้กันหมดว่าเราพูดอะไรกัน

ไม่เพียงเท่านั้น ในช่วงนั้น โรงเรียนเกษตรอินทรีย์ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มันก็พังไปแล้ว อาจารย์ญี่ปุ่นคนที่ได้รับ มอบหมายให้มาทำโครงการนี้ในเมืองไทยได้มาหาฉันที่บ้าน โดยมีเลขานุการคนหนึ่งซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นแต่พูดไทยได้แคล่วคล่อง มา เป็นล่ามให้พวกเขามาขอเชิญให้ฉันเป็นประธานโครงการนี้โดยบอกว่าคุณอินามิเน่ได้เคยมอบให้อาจารย์ญี่ปุ่นคนก่อนมาทำแล้ว ไม่สำเร็จ วันนั้นฉันได้ตอบไปว่า ยินดีร่วมมือทุกอย่างที่มันถูกต้องตามเหตุผล แต่ขอปฏิเสธที่จะรับเป็นประธาน

ถัดมาอีกช่วงหนึ่ง เขาได้พาฉันไปดูสถานที่ซึ่งอยู่ที่ซอยสีฟ้า สถานที่นี้พวกเขาเรียกกันว่าโบสถ์ของโยเร และคุยว่าเขาเอา ลูกหลานเกษตรกรที่ยากจนมาฝึกกอบรมเพื่อช่วยเหลือให้มืออาชีพ

ฉันไปเดินดูแล้วเห็นว่าภายในแต่ละห้อง มีคนประมาณ 40-50 คน นั่งยกมือแบบโยเร ฉันนึกในใจว่า ชีวิตมนุษย์นั้น ถ้าตกน้ำจะจมนั้าตาย ใครเอามีดให้ไปเกาะก็เกาะ

ยังไม่จบเพียงแค่นั้น อยู่มาวันหนึ่ง มีหัวหน้างานของโครงการนี้เดินทางมาจากญี่ปุ่น เขายังไม่ละความพยายาม ได้เชิญ ฉันไปร่วมโต๊ะอาหารคํ่าที่โบสถ์ซึ่งอยู่ในซอยสีฟ้าอีกครั้ง ก่อนจะจบอาหารมื้อนั้น อาจารย์ของเขาได้ประกาศว่าต้องขอขอบคุณ ท่านศาสตราจารย์ระพี สาคริก เพราะท่านได้ให้เกียรติยอมรับเป็นประธานให้พวกเรา ฉันไม่ได้พูดอะไร แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยไป เหยียบที่นั่นอีกเลย คงเก็บความจริงเอาไว้ในใจ

นี่แหละคือนิสัยมนุษย์เช่นเดียวกันกับน้ำท่วมขณะนี้ถ้าน้ำไม่ท่วมเราก็คงไม่เห็นคนดีเกิดขึ้น

ยัง ยังไม่จบแค่นี้ หลังจากโครงการที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่มันเลิกล้มไปแล้ว มีคนไทยหลายคนที่เชื่อในเรื่องโยเรอย่างฝังจิตฝังใจ ได้หวนกลับมานึกถึงอีกด้านหนึ่ง ถึงกับพูดว่า โครงการนี้มันเหมือนการขายชาติ ทั้งๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยตั้งโยเรขึ้นที่บ้านตัวเอง

อยู่มาวันหนึ่ง ฉันได้รับเชิญจากบุคคลท่านหนึ่งซึ่งเป็นที่เคารพรักของคนหลายคนให้เข้าไปเป็นกรรมการโครงการ ท่านได้ แจ้งให้ฉันทราบว่ามีการจัดตั้งสมาคมศาสตราจารย์เกียรติคุณของประเทศไทย ท่านได้เชิญให้ฉันเป็นกรรมการ นอกจากนั้น ยังมีท่านศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี และศาสตราจารย์เสน่ห์จามริก รวมอยู่ด้วย ภาพนี้มีคนถ่ายไว้ถ้าใครอยากดู ให้ไปดูที่สถาบันอาศรมศิลป็ เพราะภาพนี้มีทั้งสองท่านรวมทั้งฉันเป็น 3 คน นั่งอยู่บนคันนาปลูกข้าวในประเทศญี่ปุ่น

หลังจากตัวฉันเองรับเป็นกรรมการแล้ว จึงมาสืบสาวราวเรื่อง ในที่สุดก็รู้ว่าศูนย์ปฏิบัติการเผยแพร่เรื่องนี้ อยู่ที่นครนิวยอร์ก แต่บุคคลที่อยู่ในภาพทั้งหมด เป็นคนญี่ปุ่น

ฉันรู้สึกว่านอกจากตัวเองแล้ว คนที่เข้าไปเป็นกรรมการหลายคนคงไม่ทราบเบื้องหลัง จนกระทั่งกรรมการชุดนี้ถูกเชิญไปญี่ปุ่น จึงรู้ข้อมูลลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพราะถูกเชิญไปพบรัฐมนตรีวางแผนคนหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประธานโครงการนี้ แสดงว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะศึกษาจุดอ่อนของคนในเอเชียเขตร้อนโดยใช้อาเซียนเป็นเครื่องมือ นอกจากนั้น ยังพบว่าบริษัทธุรกิจ ใหญ่ๆ ของญี่ปุ่น มีหน่วยงานสำคัญหน่วยหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า อาเซียนศึกษา อยู่ในนั้น แสดงว่าญี่ปุนพยายามเจาะข้อมูลเพื่อเอาไป วางแผนเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่ส่งคนตอบสนองแก่ประเทศในเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เพราะฉะนั้น ในปัจจุบันที่คนไทยหลายหน่วย เอะอะอะไรก็จะเข้าอาเซียน ฉันขอบอกให้รู้ว่าอาเซียนนั้นมันไม่ได้เกิดจาก รากฐานของเราเอง แต่ไปเอาอย่างยูโรเขามาใช้

เรื่องโครงการอันนี้ยังมีเรื่องราวต่อไปอีก เพราะช่วงที่มีการจัดตั้งขึ้นมาใหม่โดยที่ทางฝางล้มเลิกไปแล้วนั้น เบื้องหลังมี อะไรหลายอย่างที่มันซ่อนอยู่

พอดีฉันรู้จักกับหลวงพ่อนาน ซึ่งเป็นบุคคลที่ริเริ่มเรื่องธนาคารข้าวของเมืองไทย หลวงพ่อนานอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ แต่เป็นกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีอาจารย์ม .ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ เป็นผู้อำนวยการ ตอนนั้นอาจารย์อคิน จะมาขอให้ฉันรับเป็นประธาน แต่ฉันปฏิเสธและเสนอให้เอาอาจารย์ก่อ สวัสดิพานิชย์ ไปเป็นประธานแทน

ในขณะที่หลวงพ่อนานมีผลงานเรื่องธนาคารข้าวโด่งดังจนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในภาคอีสานใน โอกาสที่ท่านมีอายุครบ 60 ปี ฉันและภรรยาไปร่วมงานที่จังหวัดสุรินทร์ด้วย และไม่ใช่ไปร่วมงานเท่านั้นแต่ไปปักกลดอยู่กับชาวบ้านซึ่งพูดไทยไม่ได้ พูดได้แต่ภาษาเขมร

เย็นวันนั้นท่านอาจารย์ประเวศ วะสีได้ไปร่วมงาน และพอรู้ว่าฉันอยู่ที่นั่น ก็เดินเข้าไปหา หลังจากออกมาจากที่นั่นแล้ว ก็มีการอภิปรายกันในวัด ฉันได้ยินเสียงหลวงพ่อบัญญัติแห่งวัดปาธรรมดาที่โคราช ท่านพูดดังมาถึงกลดของฉันว่า “ทำอะไรก็ได้แต่มาโกงที่ดินชาวบ้าน อาตมายอมไม่ได้”

วันรุ่งขึ้น ฉันจึงเดินไปคุยกับหลวงพ่อบัญญัติ ทีแรกท่านก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฉันฟังลึกซึ้งนัก แต่ต่อมาท่านได้เล่าให้ฉันฟัง หมดว่าอะไรเป็นอะไร ฉันจึงรู้ว่าต่างชาติกลุ่มนี้ได้ขึ้นไปอำเภอ และพยายามให้อำเภอบิดเบี้ยวข้อมูลต่างๆ นานา

ถัดจากนั้นมา ฉันจึงได้รู้ว่าโครงการนี้อยู่มาหลายปี จนกระทั่งได้มีการกำหนดให้ชาวบ้านต้องเป็นสมาชิกโยเร มันจึงเกิด เรื่องวุ่นวายขึ้นในนั้น

แต่ฉันก็รู้สึกดีใจที่ว่าคนไทยเอาเรื่องนี้มาเป็นตัวของตัวเองได้สำเร็จ โดยตัดออกจากโครงการของญี่ปุนกลุ่มนั้น สรุปแล้ว ญี่ปุนกลุ่มนั้นก็ทำการโดยใช้ลัทธิโยเรไม่เป็นผล

ถัดจากนั้นมาได้ไม่นาน ก็มีญี่ปุ่นอีกกลุ่มหนึ่ง ได้มาเริ่มต้นโครงการนี้ขึ้นอีกจุดหนึ่ง และมาขัดแย้งกันเอง เพราะคนกลุ่มนี้ ได้ไปอบรมคนไทย โดยใช้วัดญาณสังวร ที่จังหวัดชลบุรี คนในกลุ่มเดิมก็ไปเลียบๆ เคียงๆ อยู่แถวนั้นด้วย แสดงว่าทั้งสองฝ่ายเข้ากันได้ยากทั้งๆ ที่จะทำเรื่องเดียวกันแต่ไม่ยอมร่วมมือแล้วทำไปพร้อมๆ กันอย่างไรก็ตาม เนื่องจากตัวฉันเองคิดได้สองด้าน ทำให้นึกถึงสงครามโลกครั้งก่อนๆ แม้กระทั่งวางแผนให้คนชาติเดียวกันต้องมารบกันเอง ก็เพราะต้องการเรื่องที่มันใหญ่กว่า ดังนั้น การที่มาขัดแย้งกันเองในประเทศไทยนั้น ฉันมองสองด้าน จึงไม่ใช่ไว้ใจเต็มที่

เห็นแล้วว่าที่มาที่ไปของ EM ที่เห่อกันอยู่มันไม่ซื่อตรงนัก จุดริเริ่มมันไม่ได้อยู่ที่เรา และการที่เขานำเข้ามาเมืองไทยมันก็เพื่อประโยชน์ของคนของเขามากกว่าของเรา ไม่ว่าเราจะทำอะไรเขารู้หมด จะเรียกได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศก็ว่าได้ (ดังนั้น เราควรที่จะใช้ intuition ของเราเอง เช่น ที่คุณเดชา คิริภัทร ของมูลนิธิข้าวขวัญ ตระหนักรู้ขนมาเองว่าต้อง ไปเก็บจุลินทรีย์ท้องถิ่นที่อยู่ในป่า เอามาขยายและเพาะเลี้ยง คุณเดชาเล่าว่า EM นั้นเขาจะคัดเอาแต่จุลินทรีย์ตัวเก่งๆมาใช้ ใน ขณะที่การทำจุลินทรีย์แบบที่คุณเดชาคิดนี้มีความหลากหลาย คือ มีจุลินทรีย์ทั้งตัวที่เก่งและไม่เก่ง แต่ทำงานร่วมกันเป็นทีมแล้ว มีประสิทธิภาพมากกว่า เหมือนกับในสังคม เราจะมีแต่คนเก่งไม่ได้หรือลองนึกง่ายๆ ถึงองค์กรที่มีแต่ผู้บริหาร ไม่มีพนักงานระดับ ล่าง เดี๋ยวก็ทะเลาะกันตาย เพราะไม่ทำงานประสานกัน – ผู้เขียน) ดังนั้น หากเรามีใจที่เป็นอิสระ ย่อมไม่หลงเห่อตามเขาไป หาก แต่หันมาสนใจจุลินทรีย์ในพื้นที่ของเราเอง เพราะจุลินทรีย์ท้องถิ่นพวก non-aerobic bacteria ที่ไม่ต้องใช้อากาศในการเติบโตนี้ มันมีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ ยิ่งในเขตร้อนยิ่งมีมากกว่าด้วยซ้ำไป เพราะเขตร้อนเหมาะสมกับการเกิดของชีวิต คนที่คิดเรื่องนี้ได้ ย่อม มีธรรมะอยู่ในใจ เพราะว่ามันเป็นความจริงในธรรมชาติ

อะไรที่เราคิดเองเป็น และใช้มันเองได้ นั่นแหละเป็นของดี แต่ถ้าเป็นของที่ที่อื่นเริ่มต้นขึ้นมาก่อน จริงอยู่มันอาจจะเป็น ของดี แต่มันเป็นของดีสำหรับเขา นี่เป็นสัจธรรม เพราะของดีนั้น ที่อื่นเขาได้ประโยชน์มากกว่าเรา
ฉันอยากให้คนไทยรู้จักจิตใต้สำนึกเป็นของตนเอง คิดเองเป็น นี่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ขอให้เป็นคนเจ็บแล้วรู้จักจำ และนำความเจ็บไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เพื่อหวังให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันดีขึ้น (แต่ที่น่าเป็นห่วงคือไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเจ็บ ก็เลยจำอะไรไม่ได้นี่สิยิ่งน่ากลัวใหญ่—ผู้เขียน 🙂

อ่านต้นฉบับได้ที่นี่ : จะเล่าให้ฟังเรื่อง EM